คุณครู.คอม
.









Online: 15 user(s)

ตั้งแต่ 3 กุมภาพันธ์ 2541



ตรวจสอบแทรคไปรษณีย์ไทย

domain register Admin Only

ทดสอบความเร็วอินเตอร์เน็ต

ตรวจสอบไอพี(IP check for locate)

..
     


    :  เกี่ยวกับเราคุณครู.คอม
หมวด: สาระจากพระพุทธศาสนา
พระบรมครู คู่มือครู
04-01-2013 เข้าชมแล้ว: 5942

สาระของพุทธศาสนา เป็นทางเลือกหนึ่งที่จะให้ผู้ที่สนใจใคร่จะศึกษาพระพุทธศาสนาอย่างละเอียดลึกซึ้ง และนำพระธรรมคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ไปปฏิบัติในชีวิตประจำวัน ลด ละ เลิก สิ่งไม่เป็นมงคลในชีวิต ความวุ่นวาย ให้เกิดความสุข ตามอัตภาพ มิกล้ามุ่งให้ผู้ศึกษาหลุดพ้นจากอาสาวะกิเลส แต่ถ้าหากจะสามารถไปถึงที่นั้นได้ก็จะเป็นบุญกุศลต่อผู้จัดทำเป็นอย่างมาก และขออนุโมทนาในส่วนกุศลนั้นด้วย ..คุณครู.คอม

พระบรมครู คู่มือครู(ตอน1)


                 ท้าวสหัสบดีพรหม ได้อาราธนาขอให้พระพุทธเจ้าสั่งสอนมนุษย์ ในโลกที่มีจำนวนมาก   
                     พระองค์จึงได้แบ่งผู้คนออกเป็นสี่เหล่า(บางตำรา 3 เหล่า เหล่าที่ 4 มาเพิ่มทีหลัง)

พระพุทธเจ้า พระบรมครูของโลก ทรงสอนโดยคำนึงถึงความแตกต่างของบุคคล
โดยทรงแบ่งบุคคลที่สอนได้ และสอนไม่ได้ออกเป็น 4 จำพวกโดยเปรียบได้กับบัว 4 เหล่า คือ


1. อุคฆติตัญญู ได้แก่บัวที่พ้นน้ำเมื่อได้แสงอาทิตย์ในตอนเช้าก็จะบานทันที เปรียบได้กับผู้ที่รู้ธรรมได้เร็ว เพียงสอนแต่หัวข้อ ก็เข้าใจรายละเอียดได้ทันที
2. วิปัญจิตัญญูได้แก่บัวปริ่มน้ำ รอสักสักสองสามวันก็จะพ้นน้ำขึ้นมารับแสงอาทิตย์ก็จะบานได้ เปรียบได้กับ ผู้ที่รู้ธรรมได้ต่อเมื่อ อธิบายรายละเอียด ของหัวข้อที่สอนอย่างกระจ่างแจ้ง
3. เนยยะได้แก่บัวกลางน้ำ รอสักหลายวันจะพ้นน้ำขึ้นมารับแสงอาทิตย์ก็จะบานได้ เปรียบได้กับ ผู้ที่พอแนะนำสั่งสอนได้ คือต้องแนะนำ และสั่งสอนอยู่บ่อยๆ จึงจะรู้และเข้าใจ
4. ปทปรมะได้แก่บัวที่อยู่ในตม มีแต่จะเป็นภักษาหารของเต่าและปลา เปรียบได้กับผู้ที่สอนให้รู้ธรรมไม่ได้ คือ เป็นพวกที่ไม่รับคำสั่งสอนใด ๆ ฟังไม่รู้เรื่องหรือปัญญาอ่อน

บุคคลที่สอนได้พระพุทธเจ้าทรงจำแนกออกเป็น 6 ประเภท ตามพื้นฐานของจิตใจ ซึ่งเรียกว่า "จริต" คือ
1. ราคะจริต ผู้ที่มีความรัก ความใคร่เป็นพื้นฐานของจิตใจ
2. โทสะจริต ผู้ที่มีความโกรธ ความหงุดหงิด ความพยาบาท เป็นพื้นฐานของจิตใจ
3. โมหะจริต ผู้ที่มีความหลง ความงมงาย ความโง่ เป็นพื้นฐานของจิตใจ
4. สัทธาจริต ผู้ที่มีความเชื่อง่าย หูเบา ตื่นข่าว เป็นพื้นฐานของจิตใจ
5. พุทธิจริต ผู้ที่ชอบการศึกษาหาความรู้ ชอบค้นคว้าทดลอง มีความอยากรู้ อยากเห็น เป็นพื้นฐานของจิตใจ
6. วิตกจริต ผู้ที่ชอบคิดหาเหตุผล ไม่ยอมเชื่ออะไรง่ายๆ เป็นพื้นฐานของจิตใจ

พระพุทธเจ้าทรงสอน ให้เหมาะแก่จริตของคนแต่ละคน โดยวิธีหนามยอกเอาหนามบ่ง ตังอย่างเช่น พระนันทะพุทธอนุชา เป็นผู้มีราคะจริต หลงใหลในความงาม ของนางชนบทกัลยาณีคู่หมั้น เมื่อครั้งยังเป็นฆราวาส ได้จัดพิธีหมั้น และนิมนต์พระพุทธเจ้าไปฉันภัตราหาร พระพุทธองค์เล็งญาณเห็นว่านันทะกุมาร มีบุญวาสนาที่จะสำเร็จอรหันต์ได้ จึงแกล้งทำอุบายให้นันทะกุมารอุ้มบาตรส่งเสด็จกลับ
 

แม้ระยะทางจะล่วงไปไกลแล้วพระพุทธองค์ก็หารับบาตรคืนไม่ ทำให้นันทะกุมารกระสับกระส่ายเพราะคิดถึงคู่หมั้น ในระหว่างทางพระพุทธเจ้าได้ชี้ให้ดูนางลิงตัวหนึ่งที่มีหูวิ่นหางขาด เขาผูกล่ามโซ่ไว้กับตอไม้ข้างทาง


นันทะกุมารก็มองดูแล้วก็รู้สึกเฉยเพราะครุ่นคิดถึงนางชนบทกัลยาณีคู่หมั้น หลังจากมาถึงที่ประทับของพระพุทธเจ้าแล้วจึงให้นันทะกุมารบวช ด้วยความเกรงพระทัยญาติผู้ใหญ่จึ้งแกล้งบวชด้วยคิดเสมอว่าจะต้องสึกไปหานางเร็ววัน เมื่อบวชแล้วพระนันทะก็ไม่เป็นอันบำเพ็ญเพียรมีแต่คิดถึงนางชนบทกัลยาณีอย่างเดียว พระพุทธองค์ได้พานันทะกุมารขึ้นไปบนสรวงสวรรค์เที่ยวชมนางฟ้านางสวรรค์ที่มีความสวยงามยิ่ง


นันทะกุมารก็พอใจกับความงามของนางฟ้านางสวรรค์ไม่มีที่สิ้นสุด พระพุทธเจ้าได้เปิดโลกให้นันทะกุมารมองเห็นนางชนบทกัลยาณี นางลิงหูวิ่นหางขาด และนางฟ้านางสวรรค์ พระพุทธเจ้าทรงถามว่า "นันทะนางชนบทกัลยาณี กับนางฟ้านางสวรรค์ต่างๆ นั้นใครจะงามกว่ากัน" นันทะทูลตอบว่า "นางฟ้านางสวรรค์เหล่านั้นงามกว่า


นางชนบทกัลยาณีไม่ต่างจากนางลิงหูวิ่นหางขาดนั่นเลย" ในที่สุดพระนันทะได้สติ พิจารณาเห็นความไม่เที่ยงแท้แน่นอน ในทำนองว่า "ยศศักดิ์เหมือนความฝัน รูปโฉมโนมพรรณเหมือนดอกไม้ ชีวิตเหมือนฟ้าแลบ" เกิดความเบื่อหน่ายในนางชนบทกัลยาณี ตั้งใจบำเพ็ญสมณธรรม จนได้บรรลุอรหัตตผล


นี้เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่ง ของการสอนให้เหมาะกับจริตของคน ความจริงการที่พระพุทธเจ้า ทรงจำแนกคนเป็น 6 ประเภท ตามจริตนั้น เป็นการจำแนกอย่างกว้างๆ เมื่อทรงสอนจริงๆ ทรงคำนึงถึงผู้ฟังแต่ละคนว่าผู้นั้นเป็นใคร มีความรู้เพียงใด เคยนับถือศาสนาอะไร อยู่ในท้องถิ่นไหน มีอาชีพอะไร สภาพครอบครัวเป็นอย่างไร เป็นต้น แล้วทรงสอนให้เหมาะสมกับบุคคลนั้นๆ

 

หลักการศึกษาปัจจุบัน ก็เน้นหนักถึงความแตกต่าง ระหว่างบุคคล ครูจะต้องทราบถึง ความแตกต่างระหว่างบุคคล ครูจะต้องทราบถึงสภาพของเด็ก แต่ละคนให้มากที่สุด เช่น สภาพทางกาย ระดับสติปัญญา เศรษฐกิจทางครอบครัว ความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกในครอบครัว เป็นต้น เพื่อจะช่วยให้เด็กแต่ละคน ได้พัฒนาไปเต็มความสามารถของเขา การจะหวังให้เด็กทุกคน มีความรู้เสมอกันหมดย่อมเป็นไปไม่ได้ อีกประการหนึ่ง การที่เด็กเรียนไม่รู้เรื่อง ไม่ทำการบ้าน ขาดเรียน หนีโรงเรียน ประพฤติเกเร เป็นต้น อาจเนื่องมาจากปัจจัยต่างๆ กันหลายอย่าง ครูจะด่วนคิดว่าเด็กเกียจคร้าน หรือนิสัยเสีย แล้วลงโทษตะพึดตะพือไป ย่อมไม่ชอบด้วยเหตุผล ทางที่ถูกที่ควรจะค้นหาสาเหตุ ของแต่ละคนให้พบ แล้วแก้ไขให้ถูกจุด




แสดงเจตนา
เรื่องและภาพรวบรวมมาจากอินเตอร์เน็ตที่เจ้าของไม่ได้สงวนสิทธิ์ในการเผยแพร่ไว้
ข้าพเจ้าขออนุโมทนาในเจตนากุศลในการเผยแพร่ธรรมทานอย่างบริสุทธิ์ของท่านเหล่านั้น
หากข้อความใดหรือภาพใดมีผู้หวงห้าม ข้าพเจ้าขออภัยและขอบอกกล่าวว่า ไม่มีเจตนาลักขโมยของท่าน
เพียงนำมาเผยแพร่เป็นธรรมทานให้ผู้สนใจทั่วไป และมีเจตนาให้นำไปเผยแพร่ต่อได้
ขอขอบคุณ เรื่องและภาพจากอินเตอร์เน็ต 
นายนิคม พวงรัตน์  รวบรวม เรียบเรียง เผยแพร่







หมวด: สาระจากพระพุทธศาสนา
»เหตุใดวัดพระแก้วจึงไม่มีพระสงฆ์อยู่
26-10-2017
»ทำไมต้องทำบุญ
05-07-2017
»เจ้าชายสิทธัตถะประสูติแล้ว ดำเนินได้ ๗ ก้าวจริงหรือ
31-05-2017
»เรื่องพระสารีบุตรตอนจะเข้าสู่พระนิพพาน
23-02-2016
»แผนที่ธรรม แสดง 31 ภพ
23-02-2016
»สี่คนหาม สามคนแห่ หนึ่งคนนั่งแคร่ สองคนพาไป คืออะไร
07-12-2015
»"วันนี้วันพระ" วันพระมีความเป็นมาและสำคัญอย่างไร
18-11-2015
»ติรัจฉานวิชา (ว่าด้วยสิ่งที่พระพุทธเจ้าไม่กระทำ)
07-08-2014
»มหาสุทัสสนสูตร : ข้อเตือนใจคนโลภ
29-07-2014
»อานาปานสติ
09-04-2014
»บัว 3 เหล่า
08-04-2014
»คติ และคติภพ คืออะไรและต่างกันอย่างไร
13-12-2014
»พระเกศา_พระโลหิต'_พระสังฆราชกลายเป็นพระธาตุ
13-12-2014
»สวรรค์ 6 ชั้น
13-12-2014
»พระคาถาธารณปริตร
02-10-2013
»หลวงพ่อชาตอบปัญหาธรรม
17-07-2013
»วันมาฆบูชา
11-02-2014
»พุทธชยันตี
10-01-2013
»พระธรรมเทศนาจากหลวงปู่เทสก์ เทสรังสี
05-01-2013
»ช้างปาเลไลยก์
17-01-2013
»พระกุมารกัสสปะ
05-01-2013
»นางจิญจมาณวิกา นางอมิตตา กลับชาติมาเกิด
05-01-2013
»นางวิสาขา มหาอุบาสิกา
03-04-2016
»นางสิริมา หญิงโสเภณีผู้บรรลุโสดาบัน
05-01-2013
»เอาเงินใส่บาตรพระบาปไหม ที่นี่มีคำตอบ
03-04-2016
»โครงการภาพยนตร์ พุทธศาสดา ชาวพุทธควรชมอย่างยิ่ง
05-01-2013
»ไฟล์เสียงวิธีนั่งสมาธิตอนที่1-5 โดยหลวงปู่เทสก์ เทสรังสี
05-01-2013
»พระสุปฏิปฏิปัณโณ หรือพระสงฆ์ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ
04-01-2013
»พระไตรปิฏก ตอนที่ 1(เข้าใจง่าย)
04-01-2013
»พระบรมครู คู่มือครู
04-01-2013
»อนุบุพพิกถา
04-01-2013
»ตักบาตรเทโวโรหนะ
04-01-2013
»คุณหมอผู้สนใจธรรมะ "ธรรมะคือลมหายใจ"
04-01-2013
»พระเจ้าพิมพิสาร
04-01-2013
»พระอานนท์
04-01-2013
»พระมหาโมคคัลลานะ
04-01-2013
»เรื่องเทวดา
04-01-2013
»ถือศีล ห้า ได้กุศลมากกว่าสร้างวิหารทาน จริงหรือ
04-01-2013
»เงื่อนไขการทำบุญให้ทาน
04-01-2013
»การทำบุญด้วยศรัทธา
04-01-2013
»บุญจากการอนุโมทนา
04-01-2013
»พระฉันนนะผู้ว่ายากสอนยาก
04-01-2013
»นางมาคันทิยาผูกอาฆาตพระพุทธเจ้า
04-01-2013
»เกิดใหม่กลัวบาป อุทาหรณ์ การทำบาป
04-01-2013
»พระภัททากัจจานาเถรี
04-01-2013
»นิทานธรรมบท เรื่องพราหมณ์ชื่อจูเฬกสาฎก
04-01-2013
»เมื่อใด บาปให้ผล เมื่อนั้น คนพาล ย่อมประสบทุกข์
04-01-2013
»เมื่อพญานาคอยากเป็นมนุษย์
04-01-2013
»เหตุใดเทวดาจุติ(ตาย)แล้วจึงอยากเกิดเป็นมนุษย์
04-01-2013
»ผลของกรรม
04-01-2013
 
หน้าแรก  เกี่ยวกับเราคุณครู.คอม


คุณครู.คอม ขอแสดงเจตนาว่าทุกข้อความใน เว็บไซต์นี้ให้คัดลอกได้
ไม่จำกัด เพื่อเป็นวิทยาทาน เพื่อการศึกษาเท่านั้น . .

email  kunkroo@gmail.com


kkwebv56   Copyright©2017 kunkroo.com
Development from SMEweb 1.5f By คุณครู.คอม