คุณครู.คอม
.









Online: 5 user(s)

ตั้งแต่ 3 กุมภาพันธ์ 2541



ตรวจสอบแทรคไปรษณีย์ไทย

domain register Admin Only

ทดสอบความเร็วอินเตอร์เน็ต

ตรวจสอบไอพี(IP check for locate)

..
     


    :  เกี่ยวกับเราคุณครู.คอม
หมวด: สุขภาพ
เกสรผึ้ง
20-10-2014 เข้าชมแล้ว: 3673
เกสรผึ้งคืออะไร



เกสรผึ้ง
หรือบีพอลเลน คือละอองเม็ดเล็ก ๆ คล้ายฝุ่นแป้งที่เกิดและหลุดจากช่อเกสรตัวผู้ของดอกไม้ ที่ผึ้งเป็นผู้รวบรวมคลุกเคล้ากับน้ำหวานของดอกไม้
และทำเป็นก้อนเล็ก ๆ ติดไว้ที่ปลายขาหลังทั้งสองข้าง แล้วนำไปเก็บไว้ในรังเพื่อเป็นอาหารเลี้ยงตัวอ่อนผึ้งงาน 1 ตัว จะรวบรวมเกสรได้ 4 ล้านอณูใน 1 ชั่วโมง,
ละอองเกสร 1 ช้อนชา จะมีเกสรถึง 25 พันล้านอณู ซึ่งแต่ละอณูสามารถเจริญเป็นผลไม้ได้ 1 ผล หรือต้นไม้ 1 ต้น เกสรผึ้งอุดมด้วยวิตามินและแร่ธาตุจำนวนมาก



วิธีเก็บเกสรผึ้ง
วิธีเก็บเกสรผึ้ง หรือเกสรดอกไม้จากผึ้งโดยใช้ตะแกรงดักเกสรสอดดักไว้ตรงทางเข้า ทางออก ของรังผึ้ง ให้ขนาดตะแกรงโตพอที่ตัวผึ้งลอดผ่านไปได้พอดี
แต่ขาหลังของผึ้งจะครูดกับตะแกรงทำให้เกสรที่ติดมากับขาผึ้งร่วงลงถาดรองรับ จากนั้นผู้เลี้ยงผึ้งก็จะเก็บเกสรผึ้งที่ได้นำไปแปรรูป ใช้เป็นอาหารเสริมที่มีประโยชน์ต่อมนุษย์
ผู้เลี้ยงผึ้งเป็นอุตสาหกรรม นิยมทำการดักเก็บเกสรที่ผึ้งขนเข้ารัง และนำเกสรไปทำให้แห้งโดยกรรมวิธีที่ไม่สูญเสียคุณค่าทางอาหาร
เกสรเหล่านี้มีผู้นิยมรับประทานโดยชงกับกาแฟหรือเครื่องดื่มซึ่งให้ประโยชน์ บางบริษัททำเป็นเม็ดๆ และนิยมเรียกว่า เกสรผึ้ง (bee pollen)
เป็นอาหารเสริมที่มีคุณค่าสามารถกระตุ้นร่างกายที่เมื่อยล้าจากการทำงานหนักให้ปกติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวกับระบบย่อยอาหาร
เพราะเกสรผึ้งมีฤทธิ์ต่อการทำงานของแบคทีเรียและช่วยควบคุมแบคทีเรียในลำไส้

บีพอลเลน
หรือ เกสรผึ้ง คือ ผลิตภัณฑ์อีกชนิดหนึ่งของผึ้งที่ได้รับความนิยมในวงการผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เนื่องจากมีผู้สังเกตว่าคนเลี้ยงผึ้งมักมีอายุยืน
เพราะรับประทานน้ำผึ้งที่เหลือติดในรังผึ้งซึ่งมีบีพอลเลนปนอยู่เป็นจำนวนมาก บีพอลเลนประกอบด้วยโปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน วิตามิน โดยเฉพาะวิตามินบีรวม
วิตามินซี กรดโฟลิก เกลือแร่ต่างๆ นอกจากนี้อาจมีสารโลหะหนักบางชนิด สารเคมีกำจัดศัตรูพืช และเชื้อราปะปนมากับเกสรดอกไม้ที่ติดตามตัวผึ้ง
และคลุกเคล้ามากับน้ำผึ้ง ส่วนประกอบที่พบในบีพอลเลน จึงเป็นจุดโฆษณาผลิตภัณฑ์ว่ามีคุณค่าทางอาหารสูง
และเชื่อว่านอกจากจะเสริมสร้างสุขภาพให้แข็งแรงแล้วยังใช้เพื่อรักษาโรคต่างๆ เช่น มะเร็ง หลอดลมอักเสบ โรคลำไส้ โรคภูมิแพ้
และชะลอความแก่ เนื่องจากบีพอลเลนประกอบด้วยเกสรดอกไม้ ผู้ที่แพ้ละอองเกสรดอกไม้จึงไม่ควรรับประทาน
เคยมีรายงานว่าผู้ป่วยที่รับประทานบีพอลเลนเป็นเวลาหลายสัปดาห์เกิดอาการแพ้ อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ คลื่นไส้ ปวดท้อง อุจจาระร่วง
คันตามร่างกาย ความจำเสื่อมโดยไม่พบสาเหตุ แต่เมื่อหยุดรับประทานอาการเหล่านี้จะหายไปและเมื่อรับประทานใหม่อาการต่างๆ ก็จะเกิดขึ้นมาอีก

คุณค่าด้านโภชนาการ
ผลิตภัณฑ์ เกสรผึ้ง หรือ บี พอลเลน นั้นจะช่วยส่งเสริมกำลังความอดทน และพลังงาน เนื่องจากเป็นผลิตภัณฑ์อาหารเสริมที่ให้พลังงาน
ซึ่งร่างกายสามารถนำไปใช้ได้อย่างรวดเร็ว เสริมการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย (Immune System)
ส่งผลให้ร่างกายต่อสู้กับเชื้อโรคได้ดีขึ้น นักวิทยาศาสตร์ยอมรับว่า ร่างกายของเราจะทำงานได้อย่างดี จำเป็นต้องได้รับสารอาหารเพิ่มเติม
นอกเหนือจากโภชนาการพื้นฐานที่เรารับประทานกันประจำ ร่างกายยังต้องการสิ่งที่เรียกว่า "จุลโภชนาการ" ซึ่งพบว่ามีในเกสรดอกไม้จากผึ้ง

ในปี 1961 ในรายงานที่เสนอโดย โรเบิร์ต เดลพีรี ชื่อว่า "ความลับแห่งชีวิตผึ้ง" มีการนำเสนอ โดยอ้างอิงผลวิเคราะห์ทางเคมีของเกสรดอกไม้จากผึ้ง
ในห้องทดลองต่างๆ ทั่วโลกว่า เกสรดอกไม้ จากผึ้งนั้นมีสมรรถนะทางด้านโภชนาการที่ค้ำจุนชีวิต
และในปี 1963 มูลนิธีลีเพื่อการวิจัยด้านโภชนาการแห่งมิลวิกี รายงานว่า เกสรดอกไม้จากผึ้งนั้นมีความสมดุลอย่างสมบูรณ์มาก
จนกระทั่งมันสามารถเป็นอาหารที่สมบูรณ์แบบได้ โดยตัวของมันเองเพียงแต่ผสมวัสดุหยาบๆ และน้ำเข้าไปเท่านั้น

ในอดีต เคยมีการใช้น้ำผึ้งผสมกับเกสรดอกไม้จากผึ้งในการรักษาอาการผิดปกติ และโรคภัยต่างๆ ตั้งแต่โรคลำไส้ ไปจนถึงโรคไต
โรคหายใจลำบาก และผื่นคันตามผิวหนัง แม้กระทั่งกับกรณีร้ายแรงเช่นแผลไฟไหม้ และยังใช้เป็น ยาคลายอาการเครียด และกระตุ้นทางเพศ
ในปัจจุบันมีการค้นพบว่า เกสรดอกไม้จากผึ้งมีสรรพคุณช่วยบรรเทาอาการ โรคภูมิแพ้ ระบบย่อยอาหาร และความผิดปกติในต่อมลูกหมาก
ใช้ในการบรรเทาอาการข้างเคียงที่เกิดจากการรักษาด้วย วิธีเคมีบำบัด และเพิ่มสมรรถนะทางการกีฬา
เครื่องสำอางที่เราใช้อยู่ก็อาจจะมีส่วนผสมของเกสรดอกไม้จากผึ้งอยู่ด้วยก็ได้

นอกเหนือจากคุณประโยชน์ทางด้านโภชนาการและการบำบัดโรคแล้ว เกสรดอกไม้จากผึ้งยังมีความได้เปรียบ
ตรงที่มันย่อยง่ายและร่างกายดูดซึมได้เร็ว ทั้งนี้เนื่องจากมันไม่ต้องผ่านกระบวนการย่อยอาหารตามปกติ ร่ายกายดูดซึม
เข้าเส้นเลือดได้ทันทีโดยตรงจากกระเพาะ หลังจากรับประทานเข้าไปเพียงประมาณ 30 นาที เราจะพบเมล็ดเกสร
ดอกไม้จากผึ้งในเลือดได้เลย กระบวนการนี้เรียกว่า persorption ในการทำการศึกษาทดลองให้สุนัขกินเกสรดอกไม้
จากผึ้งกับครีมนม หลังจากนั้นเพียงสองชั่วโมงก็สามารถพบเกสรดอกไม้จากผึ้งทั้งในเลือด ปัสสาวะ และน้ำไขสันหลัง
ผลที่ได้คล้ายคลึงกับที่ทดลองในมนุษย์แล้วในปี 1974

ส่วนประกอบของเกสรผึ้ง

จากการศึกษาค้นคว้าถึงองค์ประกอบของบี พอลเล็น เป็นเวลาติดต่อกันยาวนานถึง 50 ปี
นักวิทยาศาสตร์และนักโภชนาการทั่วโลกยอมรับว่า โปรตีนในบีพอลเล็น มีคุณค่าสูงกว่าเนื้อ เนย และไข่ ถึง 5 เท่าในปริมาณที่เท่ากัน
สารต่างๆ กว่า 200 ชนิดที่พบในเกสรผึ้งหรือ บี พอลเล็น ล้วนมีประโยชน์ต่อชีวภาพของมนุษย์อย่างแท้จริง

เกสรดอกไม้จากผึ้งนั้นประกอบด้วยธาตุอาหารที่มนุษย์รู้จักทั้งหมด ค่าเฉลี่ยขององค์ประกอบที่เป็นธาตุอาหารของเกสรดอกไม้จากผึ้ง
คือ คาร์โบไฮเดรตร้อยละ 60 โปรตีนร้อยละ 20 ไขมันร้อยละ 7 น้ำร้อยละ 7 และ เกลือแร่ร้อยละ 6
หรืออาจจะเป็น คาร์โบไฮเดรตร้อยละ 40 โปรตีนร้อยละ 35 กรดอะมิโนร้อยละ 12 น้ำร้อยละ 8 และไขมันร้อยละ 5 เป็นต้น
แต่ค่าที่แน่นอนจริงๆ ยังต้องขึ้นอยู่กับชนิดของละอองเรณูแต่ละชนิด คุณภาพของดินที่ต้นดอกไม้นั้นเจริญงอกงามอยู่ รวมทั้งสถานที่ตั้ง และภูมิอากาศด้วย

เกสรผึ้ง หรือเกสรดอกไม้อุดมไปด้วยธาตุอาหารที่เป็นประโยชน์มากมาย เช่น
1.โปรตีน เป็นส่วนใหญ่และโปรตีนนี้มีประโยชน์ต่อผึ้ง และมนุษย์สูงกว่าเนื้อ นม ไข่ ถึง 5 เท่า ในขนาดที่มีน้ำหนักเท่ากัน
2.วิตามิน 16 ชนิด ได้แก่ วิตามินบีคอมเพล็กซ์ วิตามินเอ วิตามินซี วิตามินดี วิตามินอี และวิตามินเค
3.กรดอะมิโน 18 ชนิด (Amino Acid) มีประโยชน์ช่วยในการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ และมีชนิดที่จำเป็นในการช่วยควบคุมน้ำหนัก
4.เอนไซม์ 18 ชนิด (Enzymes) ช่วยในการย่อยสลาย และเร่งปฏิกิริยาต่างๆ ภายในร่างกาย
5.แร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกาย 28 ชนิด (Minerals) ได้แก่ โซเดียม แคลเซียม เหล็ก โพแทสเซี่ยม ทองแดง ไอโอดีน และสังกะสี ฯลฯ
6.กรดไขมัน (Fatty Acid) ช่วยให้พลังงาน และสร้างฮอร์โมนแก่ร่างกาย



ประโยชน์ของเกสรผึ้ง

ทางอาหาร เกสรผึ้งเป็นอาหารที่ย่อยสลายง่าย ถือได้ว่าเป็นอาหารเพื่อการดำรงชีวิตที่สมบูรณ์แบบโดยตัวของมันเอง
และยังมีคุณค่าต่อการฟื้นฟูความสมดุลของร่างกาย ช่วยให้ร่างกายมีความแข็งแรงและกะปรี้กะเปร่า
ทางการรักษาโรค เกสรผึ้งสามารถบำบัดบรรเทาโรคเหล่านี้ได้ เช่น

- ไซนัส ใช้ เกสรผึ้ง 1 ช้อนชาผสมกับน้ำอุ่น หรือ สามารถผสม น้ำผึ้ง ได้เล็กน้อย ดื่มทุกวัน ๆ ละ 2 ครั้ง ใช้ติดต่อกัน 2 สัปดาห์ จะรู้สึกดีขึ้น
- ปรับการทำงานของลำไส้ หากท้องผูกเป็นประจำ ให้ใช้ เกสรผึ้ง 1 ช้อนชา ผสมกับน้ำอุ่น โดยสามารถเติม น้ำผึ้ง ได้
- รอบเดือนในสตรีไม่ปกติ ผู้หญิงที่รับประทาน เกสรผึ้ง เป็นประจำ จะช่วยให้ประจำเดือนมาปกติ
- ต่อมลูกหมากอักเสบ ผู้ชายที่ปัสสาวะบ่อยครั้งในตอนกลางคืน ให้ใช้ เกสรผึ้ง 1 ช้อนชา ชงกับน้ำอุ่น 1 แก้ว รับประทานเช้า เย็น จะเห็นผลภายในไม่กี่วัน
- เบาหวาน ผู้ป่วยโรคเบาหวาน สามารถรับประทาน เกสรผึ้ง ได้ ไม่มีผลข้างเคียงใด ๆ โดย เกสรผึ้ง จะช่วยให้ร่างการแข็งแรง
- เป็นอาหารเสริม เกสรผึ้ง เป็นอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามิน และแร่ธาตุหลายชนิด ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแรง
   บำรุงผิวพรรณให้สว่างสดใส ลดอาการเวียนศีรษะ และเป็นอาหารเสริมเมื่อลดความอ้วน
    

ภูมิแพ้ (แพ้อากาศและฝุ่นละออง)

โพรงจมูกอักเสบหรือไซนัส

ไข้หวัดใหญ่

หืดหอบ

รูมาติซั่ม

รอบเดือนในสตรีไม่ปกติหรือปวดรอบเดือน

อาการกระวนกระวายในสตรีวัยหมดประจำเดือน

ชะลอการตกกระของผิวหนัง

ความดันโลหิตสูง

ไมเกรน

เบาหวาน (ช่วยลดน้ำตาลในเลือด)

ต่อมลูกหมากอักเสบ

ปวดข้อ ปวดกระดูก

นอนไม่หลับ

ปวดแสบปวดร้อนอันเนื่องจากแผลพุพอง ฯลฯ



ทางบำรุงและเสริมสร้าง เกสรผึ้งยังเป็นสารช่วยบำรุงและเสริมสร้างในเรื่องต่อไปนี้ให้ดีขึ้น คือ

บำรุงผิวหนังให้ชุ่มชื้นอยู่เสมอในคนผิวแห้ง

บำรุงเส้นผมให้ดกดำและหงอกช้า

ทำให้มีความทรงจำและสมาธิดีขึ้น

เกสรผึ้งเป็นสารฮอร์โมนธรรมชาติที่ช่วยกระตุ้นและบำรุงระบบสืบพันธ์ทั้งชายและหญิง

บำรุงนักกีฬา ช่วยคลายความเหน็ดเหนื่อยและอ่อนเพลีย

บำรุงจิตใจสำหรับผู้ที่มีอาการทางจิต ได้รับความกดดันจากความชราหรือซึมเศร้า กลัดกลุ้ม คิดมาก

Bee Pollen แตกต่างจาก Bee Propolis อย่างไร
ทั้ง Bee Pollen และ Bee Propolis ต่างก็เป็นผลิตภัณฑ์ซึ่งผึ้งนำเข้ารังจากวัตถุดิบภายนอก ซึ่งได้แก่ น้ำผึ้ง (honey) เกสรผึ้ง (bee pollen) และ โปรโปลิส (propolis)

Bee Pollen ได้จากเกสรตัวผู้ของดอกไม้นานาชนิดที่ผึ้งเป็นผู้เก็บรวบรวมโดยทำเป็นก้อนเล็กๆ ติดมากับขา
แล้วนำไปเก็บไว้ในรังเพื่อเป็นอาหารเลี้ยงตัวอ่อน มนุษย์นำมาใช้เป็นอาหารเสริม อุดมด้วย Multinutrients
โดยเฉพาะ Amino Acid, Enzyme และวิตามินต่างๆ ในปริมาณสูง ช่วยบำรุงร่างกาย ผิวพรรณ เส้นผม
และเสริมการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย เป็นต้น
Bee Propolis คือ สารเหนียวคล้ายยางไม้มีสีน้ำตาลแก่จนเกือบดำ ซึ่งผึ้งงานเก็บรวบรวมจากตาหรือ
เปลือกของต้นไม้ ผึ้งใช้โปรโปลิสอุดหน้าทางเข้ารังผึ้งลดขนาดรูเปิดรังให้มีขนาดพอดีเพื่อสะดวก
ในการดูแลป้องกันรังผึ้งจากศัตรูของผึ้งและใช้ในกิจกรรมภายในรังผึ้ง เช่น อุดรอยแตกภายในรังเคลือบรวงรังให้แข็งแรง เป็นต้น
มนุษย์นำมาใช้ในทางการแพทย์นำมาสกัดสารที่ต่อต้านเชื้อราและเชื้อแบคทีเรีย เป็นส่วนประกอบในการทำยารักษาโรคมนุษย์และสัตว์
ใช้รักษาโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัส ใช้ผสมเป็นยารักษาโรคทางหู คอ จมูก รักษาโรคผิวหนัง เป็นต้น

แพ้เกสรดอกไม้ ทาน Bee Pollen ได้หรือไม่

Bee Pollen ถึงแม้เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้จากผึ้ง แต่ผึ้งไม่ได้สร้างเอง แต่ได้จากเกสรตัวผู้ของดอกไม้นานาชนิด
ผู้ที่แพ้ละอองเกสรดอกไม้จึงไม่ควรรับประทาน เคยมีรายงานว่าผู้ป่วยที่รับประทานบีพอลเลนเป็นเวลาหลายสัปดาห์เกิดอาการแพ้
อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ คลื่นไส้ ปวดท้อง อุจจาระร่วง คันตามร่างกาย ความจำเสื่อมโดยไม่พบสาเหตุ
แต่เมื่อหยุดรับประทานอาการเหล่านี้จะหายไปและเมื่อรับประทานใหม่อาการต่างๆ ก็จะเกิดขึ้นมาอีก
ดังนั้นจึงไม่แนะนำสำหรับผู้ที่แพ้ละอองเกสรดอกไม้โดยตรง

ทำไมนิยมให้ผู้ทานยาลดความอ้วนทาน Bee Pollen ควบคู่ไปด้วย

ยาลดความอ้วนส่วนใหญ่ไปยับยั้งความหิวอาหารทุกชนิด ซึ่งสำหรับคนอ้วนอาหารที่ไม่มีประโยชน์ คือ แป้ง น้ำตาล และไขมัน เท่านั้น
ส่วนอาหารอื่น วิตามินและเกลือแร่ยังมีความจำเป็นอยู่ ดังนั้นในระหว่างทานยาลดความอ้วน หากเราทาน Bee Pollen
ก็จะไม่ทำให้เราขาดสารอาหารอื่นๆ ที่จำเป็นสำหรับร่างกาย เพราะ Bee Pollen จะประกอบด้วย กรดอะมิโน เอ็นไซม์ วิตามิน และเกลือแร่
ที่จำเป็นสำหรับขบวนการ Metabolism ของร่างกายอย่างครบถ้วน

ขนาดที่ควรรับประทาน
ปริมาณที่เหมาะสมสำหรับการรับประทานเกสรผึ้งยังไม่แน่นอน แตกต่างกันไปตามแต่ละบุคคล และจุดประสงค์การใช้
นายแพทย์บางท่านแนะนำให้รับประทานปริมาณ 500 มิลลิกรัม 2 ถึง 3 ครั้งต่อวัน
ส่วนการวิจัยของผู้ผลิตสารสกัดจากเกสรผึ้งแนะนำให้ใช้ 3 – 6 เม็ด หรือ 4 แคปซูล ต่อวัน





หมวด: สุขภาพ
»ระวังเรื่องอาหารปลอม 10 อย่าง
08-10-2017
»การระวังรักษาข้อเข่าเสื่อม
08-01-2017
»“มันเทศ” คุณค่าเพียบ เผย “สีม่วง” สารต้านอนุมูลอิสระสูงกว่าผลไม้ตระกูลเบอร์รี
03-01-2017
»ภาวะไตรกลีเซอร์ไรด์ในเลือดสูงจะทำอย่างไร
08-10-2016
»การดื่ม “น้ำแร่” อาจเป็นการกระตุ้นให้ความดันโลหิตสูง
06-10-2016
»ประโยชน์กล้วยหอมทอง
02-10-2016
»ประโยชน์ของการดื่มเบียร์
01-10-2016
»ฟอกปอดให้สะอาดด้วยของ 4 ชนิด
14-09-2016
»มะเร็งตับอ่อน และท่อน้ำดี ก็หายได้ด้วยฟักข้าวเป็นพระเอก
13-08-2016
»กัญชารักษามะเร็ง!! เปิดประสบการณ์ลับ ผู้ป่วยมะเร็งตับ หมอบอกตายแน่ แต่กัญชาช่วยไว้ได้!
11-08-2016
»เตือน! ออกกำลังตอนเช้าทั้งที่ท้องยังว่าง เสี่ยงตับพัง พอๆ กับคนกินเหล้า
19-04-2016
»4 อาหารต้องห้าม ทำแก่ไม่รู้ตัว
05-04-2016
»แพทย์ญี่ปุ่นชี้ อดข้าวเช้าเสี่ยงความดันสูง,เส้นเลือดแตก
04-03-2016
»อาหารที่ไม่ตวรรับประทานบ่อย 10 อย่าง
29-02-2016
»5 เหตุผลชวนเดินออกกำลัง 9,900 ก้าวต่อวัน
11-11-2015
»พฤติกรรมเนือยนิ่ง นั่งทำงาน นอนเล่นมือถือ ไม่เคลื่อนไหว เสี่ยงตายก่อนวัย ป่วยโรค NCDs
09-09-2015
»4 วิธีไล่มดได้ผล แบบไม่ต้องฆ่า
27-05-2015
»วันความดันโลหิตสูงโลก
17-05-2015
»เห็ดเข็มทองอาหารมหัศจรรย์
10-05-2015
»คอเรสเตอรอล กินได้ ไม่มีปัญหา
02-05-2015
»ออกกำลังกายเวลาไหนดี
17-03-2015
»"รางจืด" ช่วยล้างท้องคนกินยาฆ่าแมลงฆ่าตัวตาย
03-03-2015
»เมล็ดทานตะวันและเมล็ดฟักทอง
14-02-2015
»เรื่องกล้วย ๆ แต่ไม่ธรรมดา
10-02-2015
»แร่ใยหิน อันตราย
30-01-2015
»ชาเขียวขวดน้ำตาลเพียบ แนะชงดื่มเองร้อนๆ แบบเข้มข้น
15-01-2015
»5 กฏเหล็ก หน้าเด็ก สั่งได้
07-01-2015
»โรคหัวใจขาดเลือด ตาย 4 ใน 10
07-01-2015
»อยากดั้งโด่ง
07-01-2015
»ลดน้ำหนักด้วยกล้วยหอม
04-01-2015
»อย่าดื่มเหล้าคลายหนาว
21-12-2014
»10 เคล็ดวิธีปิ้งย่างปลอดภัย ไม่ต้องกลัวมะเร็ง
17-12-2014
»แมคคาเดเมีย ราชาแห่งถั่ว ธัญพืชเพื่อสุขภาพ
13-12-2014
»ความดันโลหิต ทำไมต้องมีตัวเลขสองค่า
01-12-2014
»บุหรี่ไฟฟ้ามีสารก่อมะเร็งมากกว่าบุหรี่ธรรมดา 10 เท่า
28-11-2014
»น้ำมันมะกอก
24-11-2014
»ว่านหางจรเข้
24-11-2014
»ระวัง เด็ก ๆก็เป็นเบาหวานได้
16-11-2014
»ใครอยากเลิกเหล้า อ่านงานวิจัยนี้
24-10-2014
»เกสรผึ้ง
20-10-2014
»สารพิษผักผลไม้ในห้างเกินมาตรฐาน
21-08-2014
»นอนหัวค่ำ หน้าอ่อน สมองแจ่มใส
21-08-2014
»น้ำเสาวรส และประโยชน์มหาศาล
05-07-2014
»ดื่มน้ำจากขวดพลาสติกตากแดดเสี่ยงมะเร็ง แค่เรื่องลวง
03-06-2014
»5 สมุนไพรไทยพิชิตความดันโลหิตสูง
19-05-2014
»ผู้ชอบกินทุเรียนควรรู้
09-05-2014
»หลอดไฟตะเกียบสุขภาพ
19-04-2014
»บำบัดอาการคอตกหมอนหรืออาการปวดเมื่อยต้นคอ
19-02-2014
»ฝึกทำสมาธิ ยาอายุวัฒนะใกล้ตัว ช่วยสุขภาพดี หน้าอ่อนกว่าวัย
14-02-2014
»นักวิชาการไต้หวันแนะสร้างเครือข่ายรู้คุณค่าการกินผัก-ผลไม้ ชี้กินอย่างน้อย 400 กรัมต่อวัน
05-02-2014
»7 วิธีกินปิ้งย่างให้ห่างมะเร็ง พบหมักเนื้อด้วย มะนาว ช่วยได้
01-02-2014
 
หน้าแรก  เกี่ยวกับเราคุณครู.คอม


คุณครู.คอม ขอแสดงเจตนาว่าทุกข้อความใน เว็บไซต์นี้ให้คัดลอกได้
ไม่จำกัด เพื่อเป็นวิทยาทาน เพื่อการศึกษาเท่านั้น . .

email  kunkroo@gmail.com


kkwebv56   Copyright©2017 kunkroo.com
Development from SMEweb 1.5f By คุณครู.คอม