คุณครู.คอม
.









Online: 6 user(s)

ตั้งแต่ 3 กุมภาพันธ์ 2541



ตรวจสอบแทรคไปรษณีย์ไทย

domain register Admin Only

ทดสอบความเร็วอินเตอร์เน็ต

ตรวจสอบไอพี(IP check for locate)

..
     


    :  เกี่ยวกับเราคุณครู.คอม
หมวด: บทความ
การใช้และบำรุงรักษาแบตเตอรี่โน๊ตบุ๊ค
03-01-2013 เข้าชมแล้ว: 18131

บทความ:
วิธีการรักษาแบตเตอรี่โน๊ตบุ๊ค
 
 

คอมพิวเตอร์พกพาหรือโน๊ตบุ๊คหรือแล็บท๊อบ
เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้้ทำงานภาครัฐและเอกชน
ที่ต้องใช้ข้อมูลสารสนเทศ หรือการนำเสนอข้อมูล
ครูอาจารย์ ผู้บริหาร ผู้้้ทำธุรการ วิศวกร  ตำรวจทหาร
นักเรียน นักศึกษา ตลอดพระสงฆ์ นางชีก็ไม่เว้น
จึงนับว่าแบตเตอรี่มีความสำคัญมากเพราะต้องออกทำงาน
ภาคสนามที่บางครั้งจะไม่มีไฟฟ้า หรือหากมีก็ไม่สะดวก
การเลือก การบำรุงรักษา และการชาร์จ จึงเป็นเรื่องสำคัญ
ที่จะช่วยยืดอายุแบต หรือประหยัดเงินในกระเป๋า
ในการที่จะต้องเปลี่ยนแบตใหม่

ทุกๆครั้งที่เราเปิดเจ้าโน๊ตบุคตัวโปรด
มันก็ทำให้อายุการใช้งานของแบตเตอรี่
ลดลงแล้วหล่ะครับ ส่วนใหญ่แล้ว
เราจะใช้งานแบตเตอรี่ได้เต็มที่
สูงสุดก็ราวๆ 3-4  ชั่วโมง


และต่อไปนี้คือวิธีที่จะช่วยยืดอายุการใช้งาน
แบตเตอรี่โน๊ตบุคของคุณครับ


1. Defrag คอมพ์เสียบ้าง

การ Degragmentation คอมพิวเตอร์เนี่ยจะช่วยให้
การทำงานของโน๊ตบุคดีขึ้น มีประสิทธิภาพดีขึ้น
เพราะมันจะทำให้เวลาในการเข้าถึงข้อมูลลดน้อยลง
การจะเข้าไปอ่านข้อมูลใน Hard Drive จะต้อง
ใช้แบตเตอรี่ ผลกระทบมันอาจะน้อยนิด แต่ถ้าเรา
หมั่นรักษา hard drive ของเรา ก็ย่อมส่งผล
ต่อการใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ด้วย ดังนั้นจง defrag คอมบ้างนะครับ

2. ตัวไหนไม่ใช้งานก็เอาออกซะ
ลองกด Ctrl-Alt-Del ดูนะครับ เพื่อจะได้หน้าต่าง
Windows Task Manager หากว่าคุณไม่ได้ใช้งาน internet
ก็ปิดโปรแกรมที่ไม่จำเป็นออกไปซะ เช่น firewall
พยายามปิดโปรแกรมที่ไม่จำเป็นในการใช้งาน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งโปรแกรมตอน start-up (เมื่อเปิดเครื่อง
โปรแกรมเหล่านี้จะรันอัติโนมัติ) เราสามารถปิดโปรแกรม
ที่เป็น start-ups program ได้โดยการแก้ไขที่
System Configuration วิธีการก็คือ
ไปที่  Run แล้วพิมพ์ msconfing กด enter
แล้วก็ไปที่แถบ Startup ให้ uncheck โปรแกรม
ที่คุณไม่ต้องการให้มันรันอัติโนมัติตอนเปิดเครื่อง
แล้วก็รีสตาร์ทเครื่องไปหนึ่งครั้ง

3. หยุดการทำงานของ scheduled tast

ซึ่งอาจจะเป็นการตอนสแกนไวรัส หรือตอน defrag คอม
แต่ต้องมั่นใจว่าเราหยุดกระบวนการพวกนี้ไว้ก่อน
เฉพาะตอนที่แบตเตอรี่เราใกล้จะหมดแล้ว ถ้าหาก
แบตยังเหลือเีพียงพอ ก็ปล่อยให้มันทำงานไป

4. Unplug external devices

USB เป็นตัวการสำคัญที่สุดเลยแหล่ะ
ที่เป็นตัวกินพลังงานจากแบตเตอรรี่
ให้ถอด external device ออก เช่น เมาส์
PC cards, Wi-Fi,ฺีฺเครื่องเสียง,ฺBluetooth
หรือ iPod ก็จะทำให้เราใ้ช้งานได้นานขึ้น

5.  Empty the CD/DVD Drives

ถ้าไม่ได้จะใช้งานจากแผ่น CD/DVDs ก็เอา
แผ่นออกจากคอมฯเสียเถดครับ เพราะถ้า
เกิดเราเอาแผ่นค้างไว้ เครื่องก็จะมาอ่าน
CD ด้วย ทำให้สูญเสียพลังงานของแบต
ไปโดยเปล่าประโยชน์

6. Lower the lights

จอ LCD ของโน๊ตบุคก็เป็นอีกตัวที่ใช้พลังงานเยอะ
ยิ่งใช้แสงจ้ามากๆ ก็ยิ่งใช้แบตมาก ดังนั้น
ควรเปิดแสงให้สว่างพอที่คุณจะมองเห็น ไม่ต้อง
จ้าเป็นไฟฉายหรอกนะครับ คุณสามารถแก้
ไขความจ้าของหน้าจอคอมได้ ด้วยการเปลี่ยนค่า
ที่ Display Setting (คลิกขวาหน้าจอ เลือก properties)

7. ปิด screen saver

ตามนั้นแหล่ะครับ ปิดไปเสีย จะได้ใช้ได้นานขึ้น

8. Hibernate ดีกว่าเลือก Sleep

เวลาเราจะพักการทำงานของโน๊ตบุค
จะมีสองอย่างให้เลือกใช้ไหมครับ นั่นคือ Hibernate
กับ sleep ให้เลือก Hibernate ดีกว่า
-----------------------------------------------------------------------------------
 
สำหรับแบตเตอรี่นี่จะเป็นแบตเตอรี่ที่เรียกว่า Lithium นะครับ
ซึ่งโน๊ตบุคส่วนใหญ่ก็จะใช้แบตเตอรี่ชนิดนี้ทั้งนั้นครับ รวมทั้ง
อุปกรณ์พกพาอย่างอื่นๆด้วยครับ เช่น มือถือ กล้องดิจิตอล เป็นต้น
 
ซึ่งแบตเตอรี่แบบ lithium นั้นถูกออกแบบมาให้ใช้งานง่าย
น้ำหนักเบา และไม่ต้องดูแลรักษามากนัก ซึ่งจะต่างจากแบตเตอรี่
แบบชาร์จไฟใหม่ได้ในสมัยก่อนๆอย่างสิ้นเชิง
ทั้งในด้านวิธีใช้งาน และการดูแลรักษาอย่างถูกต้อง
 

แบตเตอรี่แบบ lithium ที่พบเห็นบ่อยๆ ในปัจจุบันมีด้วยกัน 2 แบบ คือ

1. lithium-ion หรือตัวย่อว่า Li-ion เป็นแบตเตอรี่ที่พบเห็นมากที่สุด
ถือว่าเป็นแบตเตอรี่มาตรฐานสำหรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในทุกวันนี้

2. lithium-ion polymer หรือตัวย่อว่า Li-Poly
เป็นแบตเตอรี่ที่พัฒนาต่อยอดมาจาก
Li-ion โดยจะมีความจุไฟฟ้ามากว่า Li-ion ถึง 20% ในขนาดแบตเตอรี่ที่เท่ากัน
แบตเตอรี่แบบนี้มีจุดเด่นอีกอย่างหนึ่งคือมีข้อจำกัดเรื่องรูปร่างของเบตเต อรี่น้อยมาก
จึงทำให้สามารถสร้างแบตเตอรี่แบบ Li-Poly ให้มีขนาดเล็กและบางได้
รวมทั้งสามารถสร้างให้มีรูปทรงแปลกๆ ที่ไม่ใช่ทรงกระบอกหรือทรง
สี่เหลื่ยมเหมือนแบตเตอรี่แบบเดิมๆได้อีกด้วย อย่างไรก็ตาม
ต้นทุนการผลิตของ Li-Poly ยังจัดว่ามีต้นทุนสูง
ดังนั้นความนิยมจึงยังมีไม่มากเท่าแบตเตอรี่แบบ Li-ion

ทีนี้ลองพลิกดูแบตเตอรี่ของคุณๆ ดูว่าใช่แบตเตอรี่แบบ lithium
กันรึเปล่า ถ้าใช่แล้ว เรามาไขข้อเท็จจริงเกี่ยวกับแบตเตอรี่ lithium กันเลยดีกว่าครับ

1. ตารางเจ้าปัญหา ความจริงที่ถูกบิดเบือน


 
 หลายๆคนอาจจะเคยเห็นตารางอย่างในรูปข้างบนมาแล้วใช่ไหมครับ
ต้นฉบับที่แท้จริงของตารางข้างบนมาจากเว็บ
http://www.batteryuniversity.com/parttwo-34.htm ครับ
ซึ่งในเว็บ และบนหัวตารางก็ระบุไว้อย่างชัดเจนมันคือตาราง
charge/discharge rateซึ่งคำว่า charge rate ไม่ได้หมายความว่า
ใช้แบตไปหมดไปกี่เปอร์เซ็นต์แล้วค่อยชาร์จไฟกลับคืนเป็น 100%
แต่ charge rate หมายถึงอัตราของกระแสไฟฟ้าที่ใช้ชาร์จแบตเตอรี่ในช่วงเวลา เช่น
 
 
ถ้าเรามีแบตเตอรี่ขนาด 10 Ah(ampere-hour) แต่เราชาร์จไฟด้วย
แท่นชาร์จที่ปล่อยไฟชั่วโมงละ 2 แอมแปร์(ampare) ก็จะต้องใช้เวลาชาร์จไฟ
เข้าไปในแบตเตอรี่ที่ว่างเปล่าจนไฟเต็มด้วยเวลา 5 ชั่วโมง อัตราการชาร์จระดับนี้เราเรียกว่าอัตรา C/5
หรือ 0.2C

ส่วนอัตรา 1C ก็คือ ถ้าชาร์จแบตเตอรี่ขนาด 10Ah
ก็ต้องใช้แท่นชาร์จที่ปล่อยไฟชั่วโมงละ 10 แอมแปร์ก็จะชาร์จไฟได้เสร็จใน 1 ชั่วโมง

เช่นเดียวกับอัตรา 2C ก็คือ ชาร์จแบตเตอรี่ขนาด 10Ah
ด้วยแท่นชาร์จที่ปล่อยไฟชั่วโมงละ 20 แอมแปร์ก็จะชาร์จไฟได้เสร็จใน 30 นาที

และคำว่า discharge rate ก็จะคล้ายๆกับ charge rate ครับแต่เป็นในทางกลับกันคือเป็นอัตราการใช้ไฟ

ดังนั้นจะเห็นได้ว่าตารางข้างต้นแสดงถึงว่าถ้าเราชาร์จไฟด้วยกระแสไฟสูงใน
เวลาสั้นหรือใช้ไฟจากแบตในปริมาณมากในระยะเวลาอันสั้น
จะทำให้แบตเตอรี่แบบ lithium เสื่อมเร็วขึ้น (จำนวน cycle ลดลง)

ส่วนกรณีที่ยกมาอ้างว่า การชาร์จไฟบ่อยๆหรือการใช้ไฟจากแบตเตอรี่เพียงเล็กน้อยแล้วรีบชาร์จกลับให้ เต็ม 100%
เป็นการช่วยเพิ่มจำนวน cycle นั้นไม่เป็นความจริงแม้แต่น้อย เพราะการเพิ่มลดของจำนวน cycle
ไม่เกี่ยวกับรูปแบบการใช้งานว่าใช้มากใช้น้อยแล้วค่อยชาร์จไฟ
แต่จำนวน cycle เกี่ยวข้องโดยตรงกับรูปเครื่องชาร์จว่าชาร์จเร็วหรือช้า
ถ้ายิ่งชาร์จเร็วแบตฯก็จะเสี่ยมเร็ว ถ้าเครื่องชาร์จค่อยๆชาร์จแบตก็จะเสื่อมช้า
 
 2. นับจำนวน Cycle อย่างไร

จำนวน Cycle คือตัวเลขที่บ่งบอกอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ว่าแบตฯจะเริ่มเสื่อมเมื่อผ่าน การชาร์จไปนานแค่ไหน
ถ้าแปลตรงๆตัวคำว่า cycle ก็คือรอบ คำว่ารอบไม่ได้เท่ากับคำว่าครั้ง ดังนั้นการชาร์จ 1 ครั้งจึงไม่เท่ากับ 1 cycle
 จำนวน 1 Cycle จะวัดจากปริมาณการชาร์จไฟที่รวมๆแล้ว เท่ากับปริมาณการชาร์จไฟจากแบตเตอรี่ที่ไม่มีไฟ(0%) จนแบตเตอรี่มีไฟเต็ม(100%) 1 ครั้ง
เช่น ถ้าเราชาร์จครั้งแรกจากแบตเตอรี่ 50%=>100% การชาร์จครั้งนี้ก็จะนับเท่ากับ 0.5 cycle

 
 
3. ชาร์จอย่างไรถึงจะดี


 
 
หลาย คนคงเคยได้ยินว่าต้องชาร์จแบตเตอรี่ครั้งแรกเท่านั้นเท่านี้ชั่วโมงแล้วจึง
จะเริ่มใช้งานได้ หรือว่าต้องหมั่นชาร์จบ่อยๆ หรือไม่ก็ใช้ให้ไฟหมดก่อนแล้วค่อยชาร์จ
ซึ่งข้อความทั้งหมดนี้ก็มีข้อจริงและเท็จปนๆกัน
 
อันที่จริงแล้วสำหรับแบตเตอรี่แบบ lithium (ย้ำว่าแบบ lithium เท่านั้น)
จะชาร์จอย่างไรก็ได้ไม่มีผลต่ออายุการใช้งานครับ

ข้อมูลตรงนี้เป็นที่ยืนยันจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ(ทั้งที่อ้างอิงไว้ ข้างล่าง และที่อื่นๆ)
มีใจความตรงกันว่า การชาร์จมากชาร์จน้อย ชาร์จนาน ชาร์จถี่ ชาร์จบ่อย
มีผลต่ออายุการใช้งานของแบตเตอรี่น้อยมาก ถึงกับไม่มีผลเลย
 


  การที่แบตเตอรี่แบบ lithium จะเสื่อมจากการใช้งานนั้นมีอยู่ด้วยกัน 4 เงื่อนไข คือ

1. เมื่อใช้งานจนถึงจำนวน Cycle ที่แบตเตอรี่จะเริ่มเสื่อมเองตามปกติ
2. เมื่อถึงเวลาที่แบตเตอรี่จะเสื่อมมันก็จะเรี่มเสื่อมเอง โดยเวลาที่ว่าเป็นเวลาที่นับตั้งแต่การผลิต ไม่ใช่เวลาในการใช้งาน
3. การชาร์จไฟของตัวชาร์จ (ดังที่กล่าวไปแล้วในข้อ 1)
4. อุณหภูมิของแบตเตอรี่ ถ้าแบตเตอรี่อยู่ในสภาพแวดล้อมที่อุณหภูมิสูงก็จะส่งผลให้แบตเตอรี่เสื่อมเร็วกว่าปกติได้
 
4. ได้ยินว่าชาร์จไฟ 40% แบตจะอยู่ได้นานกว่าจรึงรึเปล่า

สำหรับแบตเตอรี่แบบ lithium ถ้าชาร์จไฟที่ 40% แล้วเก็บเอาไว้
โดยไม่ใช้งานเป็นระยะเวลา 1 ปีขึ้นไป ตัวแบตจะเสื่อมน้อยกว่าการชาร์จไฟที่
100% แล้วเก็บไว้นาน 1 ปีขึ้นไป
 
แต่สำหรับแบตเตอรี่ที่ไม่ได้เก็บไว้นานเกิน 1 ปี
หรือแบตเตอรี่ที่ใช้งานตามปกติ(ไม่ได้เก็บเข้ากรุ) อัตราการเสื่อมของแบตเตอรี่
ไม่ว่าจะมีไฟที่ 40% หรือ 100% นั้นแทบจะไม่ต่างกัน

สรุปว่าข้อความข้างต้นเป็นจริงเฉพาะแบตเตอรี่ lithium ที่เก็บไว้นานๆโดยไม่ใช้งานครับ
 
 5. แล้วเวลาใช้งาน Notebook เมื่อเสียบปลั๊กแล้วควรจะถอดแบตหรือไม่

คำตอบนี้ตอบได้ทั้งควร และไม่ควรครับ ขึ้นอยู่กับผู้ใช้งานจะเลือกแบบไหน


 
1. เสียบปลั๊กแล้วแต่ไม่ถอดแบตฯ
ข้อดี

- หากระบบไฟฟ้ามีปัญหา ก็จะไม่ส่งผลต่อการทำงาน และงานที่ทำในเครื่อง Notebook เปรียบเหมือนกับเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้ USP อยู่
- ขัวแบตเตอรี่จะไม่เกิดปัญหา ฝุ่นผงหรือความชื้นไปเกาะ
- มีความสะดวก สบายในการใช้งาน ไม่ต้องถอดๆใส่ๆ

ข้อเสีย
- แบตเตอรี่จะได้รับความร้อนจากตัวเครื่อง ส่งผลให้แบตเตอรี่เสื่อมเร็วกว่าปกติเล็กน้อย

2. เสียบปลั๊กแล้วถอดแบตฯ

ข้อดี
- แบตเตอรี่จะปลอดภัยต่อความร้อนที่มาจากตัวเครื่อง notebook
ข้อเสีย
- ขั้วแบตเตอรี่อาจเกิดฝุ่นผงหรือมีความขึ้นไปเกาะทำให้เกิดคราบออกไซด์ อาจส่งผลให้เกิดอาการเสียบแบตเตอรี่แล้วไฟไม่เข้าเครื่องได้
- หากระบบไฟมีปัญหา เครื่อง notebook จะดับ ทำให้งานในเครื่องเสียหาย และอาจทำให้อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ในเครื่องเสียหายได้

โดยส่วนตัวผมจะ เสียบแบตฯ เอาไว้ครับ แต่ถอดปลั๊กออกแทน และจะเสียบปลั๊กใหม่เมื่อใช้ไฟแบ็ตเตอรี่ไปมากกว่า 80% ถึงเครื่องร้องเตือน
และผมจดสถิติและสังเกตุนะว่า แบตที่ใช้ จะค่อย ๆ ลดความอึดลงทีละน้อย จาก 3.35 ชม. 3เดือนต่อมาเป็น 3.34 ชม. นับว่าสถิติเป็นที่น่าพอใจมาก
และปฏิบัติแบบนี้มาเรื่อยๆอย่างสม่ำเสมอ  ตอนนี้ใช้แบตเตอรี่ตัวเก่านี้แหละมา  2 ปีกว่าแล้วชาร์จเต็มที่  ยังเหลือเวลาใช้งานได้  2.30 ชม. อยู่เลย

การชาร์จบ่อย (หลังใช้ไฟตามแบบที่ผมใช้)เป็นข้อดีด้วยซ้ำ  ทำให้มีไฟสำรองใช้ เรื่องการเสื่อมของแบ็ตก็ไม่มีผลเท่าไหร่ ยกเว้นเรื่องความร้อน
และที่สำคัญคือ ถึงแม้การเสียบแบตฯไว้อาจจะทำให้แบตฯเสื่อมจากความร้อนได้
แต่ในความเป็นจริงแล้ว Notebook ทุกวันนี้ออกแบบมาให้ตรงส่วนที่เป็นแบตเตอรี่เป็นฉนวนความร้อนครับ
 
ดังนั้นความร้อนก็จะส่งไปถึงแบตเตอรี่ได้ไม่มากนัก เรียกง่ายๆว่าถ้าเครื่องมันร้อนมาก
คนใช้ Notebook จะร้อนมือก่อนที่แบตจะร้อนเสียอีกด้วยซ้ำครับ
 
สรุปสุดท้ายด้วยคำแนะนำสั้นๆ สำหรับแบตเตอรี่ lithium ดังนี้ครับ


1. พยายามหลีกเลี่ยงการใช้แบตเตอรี่จดหมดแล้วค่อยชาร์จครับ

เพื่อป้องกันไม่ให้เกิด discharge rate ในอัตราที่สูง (ใช้ไฟเยอะในเวลาอันสั้น)
ซึ่งจะทำให้แบตเตอรี่เสื่อมเร็ว เช่น กรณีที่ต้องการใช้งานเครื่องหนักๆ(กินแบตฯเยอะๆ)
ก็ควรใช้แค่ช่วงเวลาไม่นาน และไม่ควรใช้จนแบตหมดครับ
ถ้าเลี่ยงไม่ได้จริงๆให้หาโอกาสชาร์จไฟเป็นระยะๆ
จะช่วยป้องกันไม่ให้เกิด discharge rate ในอัตราที่สูงได้
และที่สำคัญที่สุดคือการชาร์จบ่อยๆ จะช่วยป้องกันการลืมชาร์จไฟ
ซึ่งถ้าหากปล่อยให้แบต lithium ไฟหมดเป็นเวลานานแบตจะเสีย
ไม่สามารถชาร์จไฟได้อีก

2. ระลึกไว้เสมอว่าแบตฯแบบ lithium ความร้อนมีผลต่อการเสื่อมมากกว่า

รูปแบบการชาร์จไฟครับ ดังนั้นพยายามดูแลอย่าให้แบตฯร้อน
จะได้ผลดีกว่ามัวกังวลเรื่องชาร์จบ่อย ชาร์จมาก ชาร์จน้อย

3. เก็บแบตเตอรี่ไว้ในที่เย็นๆ ถ้าจำเป็นจะต้องเก็บ Notebook
ไว้ในรถที่จอดตากแดด ก็ควรถอดแบตเตอรี่แยกติดตัวออกมาครับ
จะช่วยให้แบตฯเสื่อมช้าลง

4. ถ้าจำเป็นจะต้องเปิดแบตไว้เป็นเวลานาน โดยไม่ได้ใช้งาน
ให้ชาร์จไฟไว้ที่ประมาณ 40% ของความจุ

แล้วเก็บไว้ในที่เย็นๆ จะช่วยยืดอายุการใช้งานได้

5. ไม่ควรซื้อแบตเตอร์แบบ lithium มาเก็บไว้เผื่อใช้งานครับ

เพราะแบตแบบ lithium มีอายุการเสื่อมสภาพนับจากวันผลิต(ไม่ใช่วันที่ใช้นะครับ)
ดังนั้นถ้าเก็บไว้นานโดยไม่ใช้มันก็จะเสื่อมไปเองได้ครับ และเช่นเดียวกันกับ
การเลือกซื้อแบตแบบ lithium ไม่ควรซื้อแบตฯแบบเก่าเก็บครับ
เพราะซื้อมาแล้วใช้ได้ไม่นานแบตฯมันจะเสื่อมตามอายุของมันเองครับ
 
ขอบคุณบทความและภาพจาก http://technology.impaqmsn.com/techhow_list.asp

 
  ปล. เครื่องโน๊ตบุ๊คของใครที่แบตเตอรี่เจ๊ง อยากเปลี่ยนใหม่ ไม่รู้จะซื้อที่ไหน อีเมลถามมาได้เลย  ของดีราคากันเอง ครับ
          มีทุกรุ่น ผมลองมาแล้ว
 
 
 






หมวด: บทความ
»สาระจากการบิณฑบาต และการใส่บาตร
06-04-2016
»เราเคยฟังแต่ไม่รู้จักชื่อ เพลงพม่าประเทศ
03-04-2016
»ตัดสินคดีโกงในสมัยโบราณ
31-03-2016
»ทำไมต้องเซลฟี้ (Selfie)
05-01-2015
»ยุคตัวกู ของกู
22-12-2014
»การลบ facebook ออกจากชีวิต
19-12-2014
»30 วิธีเจ๋ง แบบสบายๆ
21-10-2014
»ทำบุญด้วยถังเหลือง ไม่ใช่สังฆทาน
30-07-2014
»อันตราย! ใช้ ทิชชู ซับน้ำมันอาหาร เจอสารก่อมะเร็ง-โซดาไฟ
02-07-2014
»ม.ขอนแก่นทำได้ ก้าวแรกทำน้ำมันดิบจากใบอ้อย
14-06-2014
»เครื่องไฟฟ้าในบ้านกินไฟอย่างไรมาดูกัน
24-05-2014
»ฝนฟ้าคะนอง เล่นเน็ต โทรศัพท์ ระวังฟ้าผ่า
13-05-2014
»ชักนำต่างชาติเขาฮุบที่ทำกินชาวนา
25-03-2014
»สุดยอดข้อมูลประเทศไทยกับ ดร.สมเกียรติ อ่อนวิมล
15-02-2014
»เรื่องเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ
08-02-2014
»โรคใหม่จากการสูบบุหรี่
18-02-2014
»อะไรเอ่ย ลองทายดูซิ ก่อนอ่าน นะครับ
23-01-2014
»polar vortex คืออะไร
23-01-2014
»นักวิจัยชี้สารสกัดจากผลไม้ในอาหารเสริมได้ประโยชน์จริง
21-01-2014
»กินผักผลไม้วันละครึ่งกิโล ลดมะเร็ง50%
19-01-2014
»วันครู ปี 2557
19-01-2014
»เพาะถั่วงอกในขวดน้ำดื่ม(เก่า)
19-01-2014
»ทำได้อย่างนี้หนุ่มตลอดกาล
19-01-2014
»มะเร็ง ที่มากับอาหารจากกล่องโฟม
13-12-2014
»อ่านแล้วจึงรู้ว่า ที่รู้มานั้นยังรู้ไม่หมดจริง...
13-12-2014
»ไลฟ์สไตล์มรณะ ทั้ง 14 ประการ
13-12-2014
»กินผลไม้ก่อนอาหารรักษามะเร็งได้
13-12-2014
»คนไป ชุมนุมไล่รัฐบาลทรราช ทำตามรัฐธรรมนูญ
13-12-2014
»โรคไมเกรน
13-12-2014
»วีดิโอสาระเพื่อบ้านเมือง มันส์มาก
13-12-2014
»รถยนต์ติดแก๊สควรตรวจสอบอะไรบ้าง
13-12-2014
»แบคไฟร์ในรถยนต์ติดแก๊ส
13-12-2014
»นั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์นาน ๆ ระวังโรค CVS
13-12-2014
»5 เคล็ดลับบอกลาโรคเบาหวาน
13-12-2014
»เรื่องถังเช่า (อีกที)
02-04-2016
»4 เป้าหมายช่วยให้เลิกสูบบุหรี่
13-12-2014
»ปวดศีรษะจากความเครียด จนถึงดึงเส้นผมเพื่อบรรเทาปวด
13-12-2014
»เก็บผลไม้ป่าต่างแดน บลูเบอร์รี่
13-12-2014
»กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆมาก โอกาสมีฝนตก ร้อยละ 90 และมีฝนตกหนักบางแห่ง
13-12-2014
»ดูกันชัด ๆ หวู๋ติ๊บถล่ม ไทยวันนี้ พรุ่งนี้ และมะรืนนี้
01-10-2013
»น้ำจะท่วมกรุงเทพฯ ในปี 2556
28-09-2013
»เขื่อนแม่วงก์
29-09-2013
»สรรพคุณ พริกไทย
29-09-2013
»เกลือบ่อดินอันตราย
16-09-2013
»ศึกษาเฉพาะกรณีธรรมกาย" โดย พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี
14-09-2013
»ถังเช่า (เพียงอยากให้รู้)
14-09-2013
»ถั่วงอก เรื่องน่ารู้
07-09-2013
»ข้าวพันธุ์ลืมผัว
07-09-2013
»กดจุดหายปวด บำบัดอาการปวดผู้ทำงานนั่งนานๆ
05-09-2013
»บุญเดือนเก้า ห่อข้าวประดับดิน
05-09-2013
»ดีปลี ยาพื้นบ้านไทย ที่ควรรู้จัก
04-09-2013
»ดิจิตอลทีวี คืออะไร
27-08-2013
»วันเดียว เที่ยว 3 ประเทศ ข้ามโขงสะพานไทยลาวแห่งที่ 3 ที่นครพนม
23-08-2013
»แม่น้ำโขง
11-08-2013
»ถนอมแบตเตอรี่สมาร์ทโฟน
10-08-2013
»แกรนด์ แคนยอน ฟ้าผ่าปีละหลายหมื่นครั้ง! อยู่ที่แจ้ง รู้เอาตัวรอด
30-07-2013
»หลวงพ่อชาตอบปัญหาการกินเจกับกินเนื้อ
17-07-2013
»วันอาสาฬหบูชา และวันเข้าพรรษา
17-07-2013
»โน๊ตบุ๊ค สะดวกแต่เสี่ยงโรคกระดูกและกล้ามเนื้อ
04-07-2013
»มะตูมซาอุ
23-06-2013
»มะตูมซาอุ
23-06-2013
»ตกใจไหม ถ้าบอกว่า "น้ำตาลคือสารเสพติด"
24-02-2013
»ตำนานพระอินทร์ (พระอินทร์ในสวรรค์ ชั้นดาวดึงส์)
05-02-2015
»เรื่องจิต หรือ ใจ
19-01-2013
»วันครู
14-01-2013
»เซียงกง คืออะไร มาจากไหน
03-01-2013
»ทำบุญตักบาตรพระ อาจได้บาป เพราะอะไร เชิญทางนี้
03-01-2013
»ไม่อ้วนเอาเท่าไหร่
03-01-2013
»กระดูกพรุนศัตรูผู้สูงวัย โดยเฉพาะผู้หญิงเสี่ยงมากที่สุด
03-01-2013
»การฉีดวัคซีนโรคคอตีบ
03-01-2013
»การสร้างบุญบารมี
03-01-2013
»ธรณีสูบ ตั้งแต่พุทธกาลมาจนถึงสมัยปัจจุบัน
03-01-2013
»ที่มาของการสวดภาณยักษ์
03-01-2013
»วันมาฆะบูชา
03-01-2013
»ประเมินตนเองบ้าง
03-01-2013
»ตำนานเทวเกษียรสมุทร มีคนอ้างว่าเป็นที่มาของเหล้า
03-01-2013
»แพทย์เตือนดื่มสนุกทุกข์ถนัด
03-01-2013
»สุดยอดอาหารเพื่อ "สุขภาพสมอง"
03-01-2013
»การใช้และบำรุงรักษาแบตเตอรี่โน๊ตบุ๊ค
03-01-2013
»เนื่องจากคำทำนายของเด็กชายปลาบู่
03-01-2013
»มณีกัณฐชาดก ขอในสิ่งที่ไม่ควรขอ
03-01-2013
»เทคโนโลยียานพาหนะในยุคน้ำท่วม
03-01-2013
»จากบั้งไฟพญานาค ถึง พญานาค
03-01-2013
»เนื่องจากซองกฐิน
03-01-2013
»ปัญหาเรื่องไวรัส หน้าจอฟ้า ไอค่อนหายหมด
03-01-2013
»คลิปยูเอฟโอ ล่าสุดมีผู้อ้างว่าถ่ายได้
03-01-2013
»การกระตุ้นสมอง ทำให้เกิดความจำดี
02-04-2016
»เตือน พวงมาลัยดอกมะลิ ริมทางอันตรายสารพิษอื้อ!
03-01-2013
»พบสารไล่ยุงในต้นตีนเป็ด
03-01-2013
»ความเป็นมาการถวายผ้าอาบน้ำฝน
03-01-2013
»มักกะลีผล
03-01-2013
»ยอดภูเขาทอง วัดสระเกษ ที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า
10-01-2014
»แผนที่ธรรม
11-01-2013
»เทศนาจากหลวงปู่โต พรหมรังสี
03-01-2013
»วันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา
10-01-2013
»เกร็ดความรู้ในการรักษาศีล
03-01-2013
»5 ศุกร์ 5 เสาร์ 5 อาทิตย์ในเดือนกรกฎคม 2554
03-01-2013
»แมงมุม ที่มีพิษทำให้อวัยวะเพศชายแข็งตัวสี่ชั่วโมง
03-01-2013
»ชาเขียวต้านโรค
03-01-2013
»แว่นกันแดดตอน ฝนตก มองเห็นชัด 90%
03-01-2013
»การนอนกลางวันช่วยลดความเครียด จึงลดความเสี่ยงโรคเกี่ยวกับหัวใจและหลอดเลือดหัวใจ
03-01-2013
»อารมณ์ดี แต่สมองไม่ค่อยจำ
03-01-2013
»จิตรกรกับเทพธิดา
03-01-2013
»โอกาสหรือวิกฤติที่ไทยยังไม่มี 3G
03-01-2013
»สำรวจพบ8อาชีพ มีเงินเดือนเกินแสน นักบินรายได้สูงสุด
03-01-2013
»ตาพร่ามัว ปวดศีรษะ แขนขาอ่อนแรง
03-01-2013
»ชลอความเสื่อมของร่างกายทำอย่างไร ยีน มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างไร
03-01-2013
»เกิดอะไรขึ้นเมื่อมีแผ่นดินไหว
03-01-2013
»เมื่อเกิดแผ่นดินไหว ควรทำอย่างไร
03-01-2013
»ตำนานพระพุทธรูปปางนาคปรก
02-04-2016
 
หน้าแรก  เกี่ยวกับเราคุณครู.คอม


คุณครู.คอม ขอแสดงเจตนาว่าทุกข้อความใน เว็บไซต์นี้ให้คัดลอกได้
ไม่จำกัด เพื่อเป็นวิทยาทาน เพื่อการศึกษาเท่านั้น . .

email  kunkroo@gmail.com


kkwebv56   Copyright©2017 kunkroo.com
Development from SMEweb 1.5f By คุณครู.คอม