คุณครู.คอม
.









Online: 7 user(s)

ตั้งแต่ 3 กุมภาพันธ์ 2541



ตรวจสอบแทรคไปรษณีย์ไทย

domain register Admin Only

ทดสอบความเร็วอินเตอร์เน็ต

ตรวจสอบไอพี(IP check for locate)

..
     


    :  เกี่ยวกับเราคุณครู.คอม
หมวด: สาระจากพระพุทธศาสนา
เงื่อนไขการทำบุญให้ทาน
04-01-2013 เข้าชมแล้ว: 4469

เงื่อนไขแห่งทาน
ความเป็นมา
         สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน อารามของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี ใกล้พระนครสาวัตถี ก็
สมัยนั้นแล อุบาสิกาชื่อนันทมารดา ชาวเมืองเวฬุกัณฑกะ ถวายทักษิณาทาน อันประกอบด้วยองค์ ๖ ประการในภิกษุสงฆ์ มีพระสารีบุตรและพระมหาโมคัลลานะเป็นประมุข
         พระผู้มีพระภาคได้ทรงเห็นอุบาสิกาชื่อนันทมารดา ชาวเมืองเวฬุกัณฑกะ ถวายทักษิณาทาน อันประกอบด้วยองค์ ๖
ประการในภิกษุสงฆ์ มีพระสารีบุตรและพระมหาโมคคัลลานะเป็นประมุข ด้วยทิพย์จักษุอันบริสุทธิ์ล่วงจักษุของมนุษย์ แล้ว

    

ทรงตรัสกับ ภิกษุทั้งหลายว่า
พระพุทธเจ้า :   “ภิกษุทั้งหลาย อุบาสิกาชื่อนันทมารดา ชาวเมืองเวฬุกัณฑกะนั้น ถวายทักษิณาทาน อันประกอบด้วย
องค์ ๖ ประการในภิกษุสงฆ์ มีพระสารีบุตรและพระมหาโมคคัลลานะเป็นประมุข 
พระภิกษุ :    ก็ทักษิณาทาน อันประกอบด้วยองค์ ๖ ประการเป็นอย่างไร พระเจ้าข้า
พระพุทธเจ้า :     ภิกษุทั้งหลาย องค์ ๓ ของทายก (ผู้ให้) องค์ ๓ ของปฏิคาหก ผู้รับ)
พระภิกษุ :   องค์ ๓ ของทายกเป็นไฉน พระเจ้าข้า
พระพุทธเจ้า :    ภิกษุทั้งหลาย
        - ทายกก่อนให้ทาน เป็นผู้ดีใจ ๑
        - ทายกกำลังให้ทานอยู่ ย่อมยังจิตให้เลื่อมใส ๑
        - ทายกครั้นให้ทานแล้ว ย่อมปลื้มใจ ๑
        นี้คือ องค์ ๓ ของทายก (ผู้ให้ทาน) 
พระภิกษุ :   ส่วนองค์ ๓ ของปฏิคาหกเป็นไฉน พระเจ้าข้า
พระพุทธเจ้า :  ภิกษุทั้งหลาย
        - ปฏิคาหกในศาสนานี้เป็นผู้ปราศจากราคะ หรือกำลังปฏิบัติเพื่อกำจัดราคะ ๑
        - ปฏิคาหกเป็นผู้ปราศจากโทสะ หรือกำลังปฏิบัติเพื่อกำจัดโทสะ ๑
        - ปฏิคาหกเป็นผู้ปราศจากโมหะ หรือกำลังปฏิบัติเพื่อกำจัดโมหะ ๑
        นี้คือ องค์ ๓ ของปฏิคาหก (ผู้รับทาน)
        องค์ ๓ ของทายก และองค์ ๓ ของปฏิคาหก ย่อมมีด้วยประการดังนี้
พระพุทธเจ้า : ภิกษุทั้งหลาย  ทักษิณาทานที่ประกอบด้วยองค์ ๖ ประการ ย่อมมีด้วยประการอย่างนี้แล
การถือประมาณบุญแห่งทักษิณาทานที่ประกอบด้วยองค์ ๖ ประการอย่างนี้ว่า ห้วงบุญห้วงกุศลมีประมาณเท่านี้ นำสุขมาให้
มีอารมณ์เลิศ มีสุขเป็นผลเป็นไปเพื่อสวรรค์ ย่อมเป็นไปเพื่อสิ่งที่น่าปรารถนา น่าใคร่ น่าพอใจ เพื่อประโยชน์เกื้อกูล เพื่อสุข ดังนี้ ไม่ใช่ทำได้ง่าย โดยที่แท้ บุญแห่งทักษิณาทานนั้น ย่อมถึงการนับว่าเป็นห้วงบุญ ห้วงกุศล ที่นับไม่ได้ ประมาณไม่ได้ เป็นกองบุญใหญ่ทีเดียว เปรียบเหมือนการถือเอาประมาณแห่งน้ำในมหาสมุทรว่า เท่านี้อาฬหกะไม่ใช่ทำได้ง่ายโดยที่แท้ น้ำในมหาสมุทรย่อมถึงการนับว่าเป็นห้วงน้ำที่นับไม่ได้ ประมาณไม่ได้ เป็นห้วงน้ำใหญ่ทีเดียวฉะนั้น”
      

        ปฏิคาหกผู้สำรวมประพฤติพรหมจรรย์ทั้งหลาย คือ ท่านผู้ปราศจากราคะ ปราศจากโทสะ ปราศจากโมหะ ไม่มีอาสวะ ย่อมเป็นเขตถึงพร้อมแห่งยัญ
         ทายกต้อนรับปฏิคาหกด้วยตนเอง ถวายทานด้วยมือตนเอง ยัญนั้นย่อมมีผลมาก เพราะตน (ผู้ให้ทาน) และเพราะผู้
อื่น (ผู้รับทาน)
         ทายกผู้มีปัญญา มีศรัทธา เป็นบัณฑิต มีใจพ้นจากความตระหนี่ ครั้นบำเพ็ญทานอย่างนี้แล้ว ย่อมเข้าถึงโลกที่เป็นสุข
ไม่มีความเบียดเบียน

        ทานสูตร ๒๒/๓๔๖


        ทายกก่อนแต่จะให้ทานเป็นผู้ดีใจ
        กำลังให้ทานอยู่ย่อมยังจิตให้เลื่อมใส
        ครั้นให้ทานแล้ว ย่อมปลื้มใจ
        นี้เป็นยัญสมบัติ

  
        ส่วนเสริม
        หลักการทำกรรมในพระพุทธศาสนาไม่ว่าฝ่ายดีหรือฝ่ายชั่ว ท่านเน้นที่ “เจตนา” เป็นใหญ่ ถ้ามีเจตนาแรง กรรมที่ทำ
ลงไปนั้นก็ย่อมจะมีผลมาก ถ้ามีเจตนาอ่อน กรรมที่ทำลงไปนั้น ก็มีผลน้อยนอกจากจะเน้นที่เจตนาแล้ว ในการทำความดีต่างๆ ยังต้องรักษาจิตให้มีศรัทธาคือความเชื่อ และปสาทะคือความเลื่อมใส ในขณะที่ก่อนทำ กำลังทำ และหลังจากทำแล้วด้วย จึงจะได้รับอานิสงส์แรง ยิ่งมีปีติซาบซ่าน มีความอิ่มใจ ปลื้มใจด้วย ก็ยิ่งจะเสริมให้บุญจริยานั้นๆ มีอานิสงส์แรงยิ่งขึ้น ดังนั้น ในการประกอบการกุศลต่างๆ ในแต่ละครั้ง ถ้าท่านต้องการให้มีอานิสงส์แรง ก็ควรที่จะต้องระลึกถึงเงื่อนไขดังนี้
        ๑. วัตถุสิ่งของที่ให้ต้องบริสุทธิ์ เป็นของที่ได้มาโดยชอบธรรม ไม่ผิดกฎหมายบ้านเมือง ไม่ผิดศีลธรรมและต้องไม่
เบียดเบียนตนและผู้อื่นด้วย ประกอบกับเป็นสิ่งของที่เลิศด้วย
         ๒. ผู้ให้ (ทายก) เป็นผู้บริสุทธิ์ เป็นผู้มีศีลเป็นพื้นฐาน คือ ศีล ๕ ถ้ายังไม่มีศีลมาก่อน ก็ควรที่จะสมาทานศีลก่อน
แล้วจึงค่อยให้ทานหรือประกอบการบุญกุศลต่างๆ
         ๓. ผู้รับ (ปฏิคาหก) เป็นผู้บริสุทธิ์ เป็นผู้หมดกิเลส หรือกำลังทำให้หมดกิเลส หรืออย่างน้อยก็ต้องเป็นผู้มีศีล ถ้าไม่
ได้ผู้รับอย่างนี้ ผลแห่งทานก็ย่อมจะลดลงมาตามส่วน
         ๔. ต้องประคองจิตให้เป็นกุศลอยู่ตลอดเวลา กล่าวคือ ก่อนให้ทาน กำลังให้อยู่ หรือให้แล้วก็ตาม จะต้องพยายาม
รักษาจิตให้ “ศรัทธา” กับ “ปสาทะ” เดินคู่กันไปตลอดเวลา จงกำจัดความลังเลสงสัยออกไปให้หมด จึงจะได้กุศลแรง
         ๕. ต้องมีปัญญาร่วมด้วย กล่าวคือ ในการประกอบงานบุญทุกประเภท ก่อนทำควรพิจารณาก่อนว่า สิ่งที่จะทำนั้นๆ มี
คุณประโยชน์มากน้อยแค่ไหน ถูกต้องตามแนวคำสอนของพระพุทะเจ้าหรือไม่ ทำอย่างไรจึงจะเสียวัตถุน้อยที่สุด แต่ได้รับผลบุญมากที่สุด
        มิฉะนั้นอาจจะเกิดผลข้างเคียงที่ไม่พึงปรารถนาติดตามมาอีกมาก เช่น
        ก. ส่งเสริมโจรที่ปล้นศาสนา ให้มีกำลังยิ่งขึ้น
        ข. ให้กำลังแก่คนชั่ว ได้มีกำลังก่อกวนสังคมมากขึ้น
        ค. จะเกิด “วิปฏิสารใจ” ว่าไม่ควรทำเลย
        เพื่อป้องกัน “วิปฏิสารใจ” ถ้าไม่อาจที่จะรักษา “ศรัทธา” “ปสาทะ” หรือ “ปีติ” ไว้ได้ ภายหลังจากการประกอบกุศล
แล้ว ก็อย่าให้เกิดวิปฏิสารใจคือความเดือดร้อนใจว่ากระทำในสิ่งที่ไม่สมควร เราควรจะคิดปลงใจ ดังนี้
        - ทำแล้วเหมือนทิ้งไปอย่างอาลัยถึงอีก
        - คิดว่าเกิดอกุศลดลจิต ให้เราเห็นผิดทำไป
        - เอาสติหักห้ามใจไว้ ไม่ให้คิดในแง่อกุศล
        ถ้าเราสามารถดำเนินปฏิปทาตามที่ได้เสนอแนะไว้นี้ การทำทานหรือประกอบการบุญต่างๆ ของเรา ก็ย่อมจะมีแต่ผล
บวกอย่างเดียว ไม่อาจประสบผลลบเลย หรือหากว่าจะประสบผลลบ เราก็ไม่ยอมลบด้วยเพราะเรามีสติเป็นเครื่องเหนี่ยวรั้ง หรือยับยั้งใจไว้ได้แล้ว


    

คำใหม่
ทายก
ทายก   คือ  ผู้ถวายจตุปัจจัยแก่ภิกษุสามเณร, ถ้าเป็นเพศหญิงเรียกว่า ทายิกา หรือเรียกว่า ผู้ให้
ปฏิคาหก
ปฏิคาหก หมายถึงผู้รับทาน, ผู้รับของถวายจากทายก ปกติใช้กับนักพรต นักบวช หรือบรรพชิต เช่นภิกษุสามเณร ในบุคคลทั่วไปก็มีใช้บ้างในกรณีที่เป็นผู้เข้าไปรับทานจากทายกผู้ใจบุญ เช่นพระเวสสันดรให้ทานก็มีปฏิคาหกที่เป็นคนทั่วไปมารับทานกันมากปฏิคาหก ที่เป็นพระอริยบุคคลและเป็นผู้ทรงศีลทรงธรรมถือว่าเป็นปฏิคาหกผู้ยอดเยี่ยม นำให้ทายกผู้ถวายได้รับบุญอานิสงส์มาก เพราะเป็นปฏิคาหกผู้หมดกิเลสแล้วหรือเป็นผู้มีศีลบริสุทธิ์ เป็นผู้ปฏิบัติธรรม

วิปฏิสารใจ คือ ความเดือดร้อนใจว่ากระทำในสิ่งที่ไม่สมควร
อาฬหกะ  หน่วยตวง วัด ในสมัยนั้น

 ยัญสมบัติ  สิ่งที่ได้จาการทำยัญ บูชายัญ เช่นยัญพระเจ้ามหาวิชิตราช ใน กูฏทันตสูตร (๕) - ว่าด้วยยัญสมัติของพระเจ้ามหาวิชิตราช
(คำว่าบูชายัญ ไม่ใช่ การบูชายัญด้วยเลือด ด้วยชีวิตแบบบูชาเจ้าแม่กาลี จะได้อธิบายอีกครั้ง : ผู้รวบรวม)
พระเจ้ามหาวิชิตราช ทรงประกอบด้วยองค์ ๘ ประการ.

๑. ทรงเป็นอุภโตสุชาต ทั้งฝ่ายพระมารดาและพระบิดา มีพระครรภ์เป็นที่ทรงถือปฏิสนธิหมดจดดีตลอด ๗ ชั่วบรรพบุรุษ ไม่มีใครจะคัดค้านติเตียน ด้วยอ้างถึงพระชาติได้.
๒. ทรงมีพระรูปงาม น่าดู น่าเลื่อมใส ประกอบด้วยพระฉวีวรรณผุดผ่องยิ่งนักมีพระพรรณคล้ายพรหม มีพระรูปคล้ายพรหม
น่าดู น่าชมไม่น้อย.
๓. ทรงมั่งคั่ง มีทรัพย์มาก มีโภคสมบัติมาก มีทองและเงินมาก มีเครื่องใช้สอยอันน่าปลื้มใจมาก มีทรัพย์และข้าวเปลือกมาก
มีท้องพระคลังและฉางเต็มบริบูรณ์.
๔. ทรงมีกำลัง ทรงสมบูรณ์ด้วยเสนามีองค์ ๔ ซึ่งอยู่ในวินัย คอยปฏิบัติตามพระราชบัญชา มีพระบรมเดชานุภาพดังว่าจะเผา
ผลาญราชศัตรูได้ด้วยพระราชอิสริยยศ.
๕. ทรงพระราชศรัทธา เป็นทายก เป็นทานบดี มิได้ปิดประตู เป็นดุจบ่อที่ลงดื่มของสมณพราหมณ์ คนกำพร้า คนเดินทาง
วณิพก และยาจก ทรงบำเพ็ญพระราชกุศล
๖. ได้ทรงศึกษาทรงสดับเรื่องนั้นๆ มาก.
๗. ทรงทราบอรรถแห่งข้อที่ทรงศึกษาและภาษิตนั้นๆ ว่า นี้อรรถแห่งภาษิตนี้ นี้อรรถแห่งภาษิตนี้.
๘. ทรงเป็นบัณฑิต เฉียบแหลม ทรงพระปรีชาสามารถ ทรงพระราชดำริอรรถอันเป็นอดีต อนาคต และปัจจุบันได้.
พระเจ้ามหาวิชิตราช ทรงประกอบด้วยองค์ ๘ ประการดังกล่าวนี้ องค์ ๘ ประการแม้เหล่านี้ จัดเป็นบริวารแห่งยัญนั้นโดยแท้ ด้วยประการดังนี้

ทั้งหมดนี้คือยัญสมบัติ เพียงประการเดียว ของ ของพระเจ้ามหาวิชิตราช ซึ่งมี 3 ประการ และมีบริวารอีก 16 ประการ

ขอบขอบคุณ แหล่งข้อมูล http://www.dhammajak.net/book-dhammaraksa/-5-3.html และภาพจากอินเตอร์เน็ต 

 นายนิคมพวงรัตน์ รวบรวม








หมวด: สาระจากพระพุทธศาสนา
»ทำไมต้องทำบุญ
05-07-2017
»เจ้าชายสิทธัตถะประสูติแล้ว ดำเนินได้ ๗ ก้าวจริงหรือ
31-05-2017
»เรื่องพระสารีบุตรตอนจะเข้าสู่พระนิพพาน
23-02-2016
»แผนที่ธรรม แสดง 31 ภพ
23-02-2016
»สี่คนหาม สามคนแห่ หนึ่งคนนั่งแคร่ สองคนพาไป คืออะไร
07-12-2015
»"วันนี้วันพระ" วันพระมีความเป็นมาและสำคัญอย่างไร
18-11-2015
»ติรัจฉานวิชา (ว่าด้วยสิ่งที่พระพุทธเจ้าไม่กระทำ)
07-08-2014
»มหาสุทัสสนสูตร : ข้อเตือนใจคนโลภ
29-07-2014
»อานาปานสติ
09-04-2014
»บัว 3 เหล่า
08-04-2014
»คติ และคติภพ คืออะไรและต่างกันอย่างไร
13-12-2014
»พระเกศา_พระโลหิต'_พระสังฆราชกลายเป็นพระธาตุ
13-12-2014
»สวรรค์ 6 ชั้น
13-12-2014
»พระคาถาธารณปริตร
02-10-2013
»หลวงพ่อชาตอบปัญหาธรรม
17-07-2013
»วันมาฆบูชา
11-02-2014
»พุทธชยันตี
10-01-2013
»พระธรรมเทศนาจากหลวงปู่เทสก์ เทสรังสี
05-01-2013
»ช้างปาเลไลยก์
17-01-2013
»พระกุมารกัสสปะ
05-01-2013
»นางจิญจมาณวิกา นางอมิตตา กลับชาติมาเกิด
05-01-2013
»นางวิสาขา มหาอุบาสิกา
03-04-2016
»นางสิริมา หญิงโสเภณีผู้บรรลุโสดาบัน
05-01-2013
»เอาเงินใส่บาตรพระบาปไหม ที่นี่มีคำตอบ
03-04-2016
»โครงการภาพยนตร์ พุทธศาสดา ชาวพุทธควรชมอย่างยิ่ง
05-01-2013
»ไฟล์เสียงวิธีนั่งสมาธิตอนที่1-5 โดยหลวงปู่เทสก์ เทสรังสี
05-01-2013
»พระสุปฏิปฏิปัณโณ หรือพระสงฆ์ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ
04-01-2013
»พระไตรปิฏก ตอนที่ 1(เข้าใจง่าย)
04-01-2013
»พระบรมครู คู่มือครู
04-01-2013
»อนุบุพพิกถา
04-01-2013
»ตักบาตรเทโวโรหนะ
04-01-2013
»คุณหมอผู้สนใจธรรมะ "ธรรมะคือลมหายใจ"
04-01-2013
»พระเจ้าพิมพิสาร
04-01-2013
»พระอานนท์
04-01-2013
»พระมหาโมคคัลลานะ
04-01-2013
»เรื่องเทวดา
04-01-2013
»ถือศีล ห้า ได้กุศลมากกว่าสร้างวิหารทาน จริงหรือ
04-01-2013
»เงื่อนไขการทำบุญให้ทาน
04-01-2013
»การทำบุญด้วยศรัทธา
04-01-2013
»บุญจากการอนุโมทนา
04-01-2013
»พระฉันนนะผู้ว่ายากสอนยาก
04-01-2013
»นางมาคันทิยาผูกอาฆาตพระพุทธเจ้า
04-01-2013
»เกิดใหม่กลัวบาป อุทาหรณ์ การทำบาป
04-01-2013
»พระภัททากัจจานาเถรี
04-01-2013
»นิทานธรรมบท เรื่องพราหมณ์ชื่อจูเฬกสาฎก
04-01-2013
»เมื่อใด บาปให้ผล เมื่อนั้น คนพาล ย่อมประสบทุกข์
04-01-2013
»เมื่อพญานาคอยากเป็นมนุษย์
04-01-2013
»เหตุใดเทวดาจุติ(ตาย)แล้วจึงอยากเกิดเป็นมนุษย์
04-01-2013
»ผลของกรรม
04-01-2013
 
หน้าแรก  เกี่ยวกับเราคุณครู.คอม


คุณครู.คอม ขอแสดงเจตนาว่าทุกข้อความใน เว็บไซต์นี้ให้คัดลอกได้
ไม่จำกัด เพื่อเป็นวิทยาทาน เพื่อการศึกษาเท่านั้น . .

email  kunkroo@gmail.com


kkwebv56   Copyright©2017 kunkroo.com
Development from SMEweb 1.5f By คุณครู.คอม